วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

พฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ปี 2552
--------------------------------------------------------------------------------
By editor - Posted on 12 June 2009
10 กุมภาพันธ์ 2552 นางเสาวนีย์ ไทรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ จากการสุ่ม 1,202 ตัวอย่าง ว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 42.6 มีความเห็นว่าเทศกาลวาเลนไทน์ปี 2552 จะคึกคักน้อยกว่าเดิม
โดยร้อยละ 53.4 ระบุว่ามีสาเหตุมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำลง ในขณะที่ร้อยละ 42.3 วิตกเกี่ยวกับราคาสินค้าที่แพงขึ้น และร้อยละ 2.3 มีความเห็นว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความไม่ชัดเจน และกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 63.8 ระบุว่าจะงดการฉลองในช่วงวันวาเลนไทน์ สำหรับการใช้จ่ายในช่วงวันวาเลนไทน์ปี 2552 คาดว่าจะอยู่ที่ 2,325.58 ล้านบาท หรือมีการใช้เฉลี่ย 1,457.07 บาทต่อคน คิดเป็นอัตราการขยายตัวร้อยละ 7.69 ซึ่งถือเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ กลุ่มที่มีการใช้จ่ายในช่วงวาเลนไทน์มากสุด คือ กลุ่มอายุ 30-39 ปี ที่อัตราเฉลี่ย 2,622.31 บาทต่อคน และกลุ่มที่มีการใช้จ่ายน้อยสุด คือ กลุ่มอายุ 16-18 ปี ที่อัตราเฉลี่ย 675.85 บาทต่อคน

วัฒนธรรมการฉลองเทศกาลวันวาเลนไทน์ ของชาวอินเดีย
13/02/2009
ปัจจุบันตามเมืองต่างๆ ของอินเดีย การที่ผู้หญิงจะเข้าไปดื่มกินตามบาร์ หรือร้านเหล้าต่างๆ เพื่อฉลองวันวาเลนไทน์ เป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่กลุ่มความคิดสุดโต่งชาวฮินดูกลุ่มหนึ่งกล่าวว่า วัฒนธรรมดังกล่าวที่มาจากทางตะวันตกนั้น กำลังทำลายวัฒนธรรมดั้งเดิมของอินเดีย
ประเด็นเรื่องนี้ได้สร้างการถกเถียงรุนแรงในสังคมอินเดีย ที่ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ยังคงเป็นพวกอนุรักษ์นิยม
ตามเมืองใหญ่ในอินเดีย เช่นกรุงนิวเดลลี นครมุมไบ และเมืองบังกาลอร์ ชาวอินเดียโดยเฉพาะคนหนุ่มสาว ต่างพากันเดินหาซื้อของขวัญ ซื้อดอกไม้มอบให้คู่รักในวันวาเลนไทน์ แม้จะไม่ทำกันอย่างเอิกเกริก ดังเช่นสังคมตะวันตกก็ตาม แต่เมื่อไม่นานมานี้กลุ่มอนุรักษ์นิยมชาวฮินดูที่ชื่อว่า Shri Rama Sena ประกาศว่าชาวอินเดียควรหยุดการฉลองวันวาเลนไทน์ดังกล่าว เพราะจะเป็นการทำลายวัฒนธรรมอินเดีย พร้อมเตือนว่าเด็กหนุ่มสาวที่พลอดรักกันในที่สาธารณะ มีความเสี่ยงที่จะถูกนำตัวไปโบสถ์หรือวิหารและอาจถึงขั้นถูกจับแต่งงานก็เป็นได้
ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมกลุ่มนี้ ออกมาต่อต้านการฉลองวันวาเลนไทน์ เพราะเมื่อเดือนที่แล้ว สถานีโทรทัศน์ของสมาชิกกลุ่ม Shri Rama Sena ได้ถ่ายทอดภาพสตรีอินเดีย นั่งดื่มกินอยู่ในร้านเหล้าแห่งหนึ่งในเมืองแมงกาลอร์ และมีภาพผู้ชายไล่จับ และทุบตีผู้หญิงหลายคน ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนทั่วประเทศ ซึ่งคุณ Pramod Mutalik ผู้นำกลุ่ม Shri Rama Sena ให้ความเห็นว่า การที่ผู้หญิงอินเดียนั่งดื่มกินอยู่ในผับบาร์ และเต้นรำกับผู้ชายเป็นการทำให้วัฒนธรรมอินเดียเสื่อมเสีย รัฐบาลจึงจำเป็นต้องป้องกันพฤติกรรมนอกลู่นอกทางดังกล่าว ด้วยการสั่งห้ามการฉลองวันวาเลนไทน์
คุณ Pramod Mutalik บอกว่าความรักไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันเดียว และว่าวันวาเลนไทน์นั้นเกี่ยวข้องกับตัณหาราคะ ไม่ใช่ความรัก และขัดแย้งกับวัฒนธรรมอินเดีย ความเห็นดังกล่าว ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในอินเดีย กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิสตรีหลายกลุ่มออกมาประท้วง ในขณะที่องค์กรอาสาสมัครหลายแห่ง เช่น มูลนิธิ Earth Saviour ก็ออกมาต่อต้านคำสั่งห้ามฉลองวันวาเลนไทน์ และมีแผนจะจัดกลุ่มอาสาสมัครไปประจำตามตลาด และสถานที่ต่างๆ ในกรุงนิวเดลลีเพื่อคุ้มครองบรรดาคู่รักที่ต้องการฉลองวันวาเลนไทน์ โดยผู้นำมูลนิธิ Earth Saviour – Ravi Kalra กล่าวว่าในประเทศศิวิไลซ์นั้น ผู้หญิงควรได้รับอนุญาตให้ทำอะไรก็ได้ตามที่พวกเธอต้องการ
คุณ Kalra บอกว่าปัจจุบันสังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนเมื่อ 20-30 ปีก่อน ที่สตรีหรือเด็กผู้หญิงหรือลูกสาวชาวอินเดีย ไม่มีโอกาสเข้าโรงเรียนหรือร้านเหล้า เวลานี้ชายหญิงมีความเสมอภาค และผู้ชายควรเคารพสิทธิ และเสรีภาพของผู้หญิง อย่างไรก็ตาม นักสังคมวิทยาหลายคนชี้ว่า ประชาชนอินเดียส่วนใหญ่ยังเป็นพวกอนุรักษ์นิยม และอาจต้องใช้เวลาหลายสิบปี กว่าที่ชาวอินเดียส่วนใหญ่จะคุ้นเคยหรือยอมรับความคิดของผู้หญิงอินเดียรุ่นใหม่ ผู้หญิงที่มีการศึกษา ผู้หญิงที่ออกไปทำงาน และเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก ผู้หญิงที่ปฎิเสธกรอบอันเข้มงวดของประเพณีดั้งเดิม เช่นคุณ Geeta Kapoor ซึ่งทำงานอยู่กับธนาคารโลกในกรุงนิวเดลลี เธอบอกว่าไม่มีอะไรหยุดยั้งเธอไม่ให้ฉลองวาเลนไทน์ได้
สตรีอินเดียสมัยใหม่ผู้นี้บอกว่า พวกเธอมีสิทธิที่จะใช้ชีวิต มีสิทธิจะสนุกสนาน และว่าอินเดียคือประเทศเสรี ดังนั้นเธอไม่กลัวที่จะทำทุกอย่างตามสิทธิที่เธอมี
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
อานุภาพของรสจูบ ส่งท้ายโอกาสเทศกาล'วันวาเลนไทน์

ศึกษาอานุภาพของรสจูบ ส่งท้ายโอกาสเทศกาล'วันวาเลนไทน์
นักวิทยาศาสตร์ถือโอกาสเนื่องในวันวาเลนไทน์ ศึกษาว่ารสจูบทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง พบว่ามันได้ปล่อยสารเคมีซึ่งเป็นฮอร์โมนช่วยระบายความเครียดของคนทั้งสองเพศ และช่วยผูกพันกันและกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
คณบดีคณะประสาทวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยลาฟาแยทต์ ดร.เวนดี้ ฮิลล์ ที่สหรัฐฯ รายงานผลการศึกษา ต่อที่ประชุมสมาคมวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าแห่งอเมริกาว่า คู่นักศึกษาหญิงชายที่ใช้ในการทดลองเวลาจูบกัน มีการเปลี่ยนแปลงระดับของสารเคมีอย่างสำคัญในน้ำลาย เช่น สารออกซีโทซินซึ่งช่วยกระชับความรักใคร่ และคอร์ติโซล ซึ่งมีส่วนเกี่ยวกับความเครียด ทั้งคู่ต่างมีระดับของคอร์ติโซลลดต่ำลงด้วยกันหลังการจุมพิต ซึ่งส่อว่าระดับความเครียดลดน้อยถอยลง แต่ในผู้ชายกลับมีออกซีโทซินระดับสูงขึ้น แสดงว่ารู้สึกติดใจในรสสวาทยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่ายหญิงกลับมีระดับต่ำลง นับว่าน่าประหลาด
เขายังรายงานว่า การจูบกันมีอยู่ทั่วไปในสังคมมนุษย์มากว่าร้อยละ 90 การจูบก่อให้เกิดสิ่งขึ้น 3 สิ่ง คือก่อราคะ สร้างความรักใคร่ และความผูกพัน โดยแรงราคะเพื่อให้บุคคลเลือกคู่ ครอง ความรักจะช่วยให้มุ่งเป็นคนคนไป และความผูกพันจะช่วยให้ทั้งคู่ทนอยู่ร่วมกันไปจนกว่าจะมีลูกมีเต้าขึ้น
ดร.เวนดี้ยังกล่าวว่า เมื่อเราจูบกัน มันจะไปปลุกส่วนของสมองขึ้นได้อย่างมหึมาและยิ่งถูกคน หากเป็นด้วยความรักด้วยแล้ว ก็จะยิ่งคงฤทธิ์อยู่ได้นาน
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 17 กุมภาพันธ์ 2552
ให้ดอกมะลิแทนกุหลาบ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ก.พ. นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงผลการสำรวจเอแบคโพลที่ระบุว่า
ในเทศกาลวันวาเลนไทน์ยังมีวัยรุ่น ร้อยละ 21.4 ยอมรับอาจมีเพศสัมพันธ์วันวาเลนไทน์ ว่าเทศกาลวาเลนไทน์เป็นวัฒนธรรมต่างประเทศที่สังคมไทยรับเข้ามา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีหน้าที่เผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับความหมาย ประวัติความเป็นมาของวันวาเลนไทน์ผ่านทาง www.m-culture.go.th เพื่อเผยแพร่ไปสู่เด็กและเยาวชน ให้เข้าใจที่ถูกต้องว่าวันวาเลนไทน์เป็นเรื่องของความรัก ความเสียสละและความปรารถนาดีกัน
นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า
พร้อมกันนี้ วธ.ได้จัดทำ บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ ที่แสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์ เป็นความรักของสมาชิกในครอบครัว ของพ่อ แม่ ที่มีต่อ ลูก ของเพื่อนที่มีต่อเพื่อน และของผู้มีพระคุณ โดยบัตรอวยพรจะเป็นภาพที่แสดงถึงความรัก ความอบอุ่น และ ความสุข ส่วนเนื้อหาของภาพและข้อความจะกล่าวถึงความรัก ความมีน้ำใจ และความปรารถนาดีที่มีต่อกัน โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมและส่งบัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ www.m-culture.go.th/ringtone หรือรณรงค์ ให้มอบดอกมะลิแทนดอกกุหลาบที่มีราคาแพงมากเกินไป ควรส่งเสริมให้เด็กประหยัด และส่งข้อความสั้นหรือเอสเอ็มเอส ที่มีเนื้อหาอวยพร การแสดงความรัก และความปรารถนาต่อกัน ทั้งนี้ บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์และส่งข้อความเอสเอ็มเอส สามารถดาวน์โหลดได้ภายในวันที่ 13 ก.พ.นี้ ส่วนการที่เยาวชนเห็นว่าเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เป็นสิทธิส่วนบุคคลนั้น ผู้ใหญ่ต้องชี้แจงให้เด็กเข้าใจ ระหว่างเรื่องสิทธิกับการสร้างจิตสำนึกและค่านิยมที่เหมาะสม ซึ่งเราไม่ได้ขัดขวาง เรื่องนี้ แต่อยากส่งเสริมค่านิยมที่เหมาะสม กับเด็กมากกว่าปล่อยให้เด็กเข้าใจผิดๆ ว่าต้องมีเพศสัมพันธ์ในวันนี้
“จากผลโพลระบุว่าเยาวชนจะมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์จำนวน 200,000 กว่าคนนั้น เรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือพ่อแม่ ผู้ปกครอง โรงเรียน ครู อาจารย์ ช่วยกันให้คำแนะนำ สอดส่องดูแล มิให้เยาวชนประพฤติตนออกนอกลู่นอกทาง มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กวดขันสถานบันเทิง โรงแรม หอพัก หรือสถานที่ล่อแหลมต่างๆ มิให้เป็นแหล่งมั่วสุม รวมทั้งห้องสมุดด้วย หลังมีข่าวว่าห้องสมุดกลายเป็นแหล่งที่เยาวชนนัดกันไปมีเพศสัมพันธ์ ที่สำคัญ วธ.จะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ให้ความรู้เกี่ยวกับผลเสียของการมีเพศสัมพันธ์ เช่น การตั้งท้องก่อนวัย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงการป้องกันตัวหากต้องการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งการรณรงค์ดังกล่าว เราต้องการให้เยาวชนทราบว่า วันวาเลนไทน์ นั้นคืออะไร ไม่ใช่มีความเข้าใจที่ผิดๆ ว่าวันวาเลนไทน์จะเป็นค่านิยมของชู้สาว หรือการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งสังคมไทย ได้รับอิทธิพลตามค่านิยมที่ผิดเพี้ยนไป ที่สำคัญการรณรงค์ เทศกาลวาเลนไทน์นั้น วธ.จะค่อยๆ เชื่อมโยงโน้มน้าวให้ เด็กและเยาวชนไทยหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับวันมาฆบูชา โดยหวังจะดึงความสนใจเยาวชนให้ทำกิจกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม เข้าวัดมากขึ้น ขณะเดียวกันในปีนี้ วันมาฆบูชาตรงกับวันที่ 21 ก.พ. ดังนั้น วธ.จะรณรงค์วันมาฆบูชาเชิงรุกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14-21 ก.พ.นี้อีกด้วย” รมว.วัฒนธรรมกล่าว
ด้าน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (กพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องวันวาเลนไทน์ว่า
สำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำชับไปยังสถานศึกษาต่างๆให้ดูแลนักเรียนในเรื่องการเสียตัวในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ เนื่องจากบางโรงเรียนอาจมี การจัดเทศกาลดังกล่าว อาจทำให้นักเรียนอาศัยจังหวะช่วงการจัดงานของโรงเรียนโกหกผู้ปกครอง เพื่อออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆในวันวาเลนไทน์ ซึ่งอาจส่งผลให้นักเรียนเสียตัวได้ ดังนั้น สพฐ.จึงขอเน้นย้ำให้โรงเรียนที่จัดงานดังกล่าวได้จัดกิจกรรมที่ไม่เน้นกิจกรรมบันเทิง แต่อยากให้เน้นไปถึงสาระความรู้เกี่ยวกับความรักและการมอบความรักให้กับคนรอบข้าง อาทิ พ่อแม่ มากกว่าการมอบความรักแบบหนุ่มสาว
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า
เรื่องที่อยากเน้นเป็น พิเศษคือ การใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายของนักเรียน เพราะนักเรียนจะให้ความสำคัญกับวันดังกล่าวมาก โดยใช้จ่ายเงินซื้อสิ่งของ อาทิ ดอกกุหลาบ การ์ด ตุ๊กตา ซึ่งสิ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งของที่สิ้นเปลืองเงินทองมากที่สุด ดังนั้นหากจะมอบสิ่งดีๆให้แก่กันก็ควรเป็นสิ่งของง่ายๆที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่โรงเรียนและผู้ปกครองควรจะกำชับให้มากด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเห็นได้จากตัวอย่างในประเทศญี่ปุ่น เมื่อถึงเทศกาลวาเลนไทน์ หนุ่มสาวส่วนใหญ่จะมอบช็อกโกแลตให้แก่กัน แต่ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนจากช็อกโกแลตมาเป็นการร่วมกันบริจาคเงินสร้างห้องสมุด ดังนั้น จึงอยากให้นักเรียนที่มีความคิดจะซื้อสิ่งของให้กันเปลี่ยนมาบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม เพื่อสาธารณประโยชน์ในสังคมมากกว่า
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ศิลปินจากบริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) นำโดย วิด-เชษฐา ฉายาช่าง หรือวิด ไฮเปอร์, หวิว-ณัฐพนธ์ วงศ์สนิท และอาหรั่ง-อาณัฐ สายทวี ร่วมรณรงค์ให้วัยรุ่นไทยตระหนักถึงการมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควร
หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรมีเพศสัมพันธ์ อย่างปลอดภัย ในโครงการ “วัยรุ่นไทย รักปลอดภัย ในวันวาเลนไทน์” โดยทั้งหมดได้เดินรณรงค์แจกเอกสารให้ ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย แจกดอกกุหลาบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวันแห่งความรัก รวมถึงแจกถุงยางอนามัยให้วัยรุ่นที่เดินผ่านไปมาบริเวณสยามสแควร์ด้วย
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

♡♡♡ Valentine’s Day ♡♡♡
อากาศเดือนกุมภาพันธ์ที่กรุงโซลอบอุ่นขึ้นกว่าช่วงปีใหม่
แต่ว่าก็ยังคงเป็นลมหนาวเย็นพัดอยู่เรื่อยๆ
ยิ่งถ้าวันไหนพัดแรงหน่อย ก็ยิ่งทำให้หัวใจมันหนาวสั่นกว่าเดิม
คงเป็นเพราะใกล้ถึงวันวาเลนไทน์แล้ว
14 กุมภา วันแห่งความรัก....
วันนี้เราจะนำบรรยากาศรักๆ โรแมนติกของเทศกาลวันก่อน “วันแห่งความรัก”
บรรยากาศแถวๆมหาลัยของวัยรุ่นเกาหลีมาให้ดูว่า จะหวานซึ้งแค่ไหน
ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่า วัฒนธรรมของเกาหลี
ในวันวาเลนไทน์ (14 กุมภา) จะเป็นฝ่ายสาวที่ให้ช็อคโกแลตหนุ่มในดวงใจ
((ส่วนวันที่ 14 มีนา เรียกว่า วันไวท์เดย์ ( White Day) เป็นวันที่ฝ่ายชายให้ช็อคโกแลตฝ่ายหญิง))
เนื่องจากช่วงนี้ไม่ว่าหนุ่มสาวคู่ไหนก็ต่างเศรษฐกิจฝืดเคืองกันทั้งนั้น
สาวๆ เกาหลีจึงเปลี่ยนจากการซื้อของขวัญให้แก่กัน
มาเป็น Chocolate D.I.Y Handmade ช็อคโกแลตทำมือ
มีคุณค่า ทำมาจากใจและ ประหยัดกระเป๋าสตางค์กว่ากันเยอะเลย...
จะหวานแค่ไหน ลองมาชมบรรยากาศจากรูปด้านล่างกัน
สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลวันแห่งความรัก หรือ นอกเทศกาล อย่าลืมแบ่งปันความรักและความสุขให้แก่คนรอบๆข้าง นะคะ
By Buttercup
บทกลอนวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์
วันสิบสี่กุมภาวาเลนไทน์
ขอให้หมายสิ่งใดได้ดั่งหวัง
ทั้งความรักการงานอยู่ยืนยัง
ให้จีรังสมหวังดั่งใจปอง
วาเลนไทน์ หนึ่งปี มีหนึ่งหน
แต่หนึ่งคน ต้องทนทุกข์ เศร้านักหนา
กับความรัก ที่เคย ผ่านพ้นมา
เก็บกายา เฝ้าคิดถึง คนห่างไกล
อยากให้รู้ ไม่ว่า ปีใหนๆ
ฉันก็ยัง ห่วงใย เธอเสมอ
รู้ไว้นะ ว่าฉัน ยังรักเธอ
คิดถึงเสมอ จากคนที่...เกิดมาแค่รักกัน
อยากเอาดอกไม้ไปให้ที่บ้าน แล้วก็พูดหวานๆว่ารักเสมอ
แต่ตอนนี้เธออยู่ไกล ถึงไปก็คงไม่ได้เจอ
งั้นฝากเธอว่า Happy Valentine นะคนดี
คนเดียวที่คิดถึง คือเธอ
คนที่ฉันรักมาเสมอ คือเธอ คนนี้
โลกใบใหญ่ แต่ไม่เท่าใจที่มี
หากขาดเธอคนดี สิ่งใดในโลกนี้ ไม่สำคัญ
ฝนตก... ฤา น้ำตาฉันจะไหลท่วมโลก
ความเศร้าโศก สถิตใน หัวใจฉัน
ที่สุดคือ ไม่มีเธอ เหลือแต่ความเงียบงัน
ทุกสิ่งในวันนั้น ไม่สำคัญอีกต่อไป
...ฉันยังคง คิดถึงเธอ
และหลอกตัวเองเสมอ ว่าเธอไม่จากไปไหน
แต่เมื่อลืมตา พบว่า ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
ปวดปร่าที่ใจ ..ฉันคงไม่มีค่าอะไร บนโลกใบนี้
ความรักคือ เทอ คือ
คือ ทุกความสำคัญที่พอมีให้
แค่เทอมีฉันตลอดไป
นั่นคือนิยามรักของหัวใจ เราสองเรา
ลงทุนคือหัวใจ
กำไรคือความรัก
ขาดทุนคือ อกหัก
นิยามรักของนักเรียน
ของขวัญวันวาเลนไทน์ สุดยอดโรแมนติก

บอกรักแบบสาวยุ่นด้วย "ช็อกโกแลต"
o พี่ยุ่นซะอย่าง ต้องฉลองวันวาเลนไทน์สไตล์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครอยู่แล้ว!! นอกจากสาวๆจะบอกรักหนุ่มที่แอบปิ๊ง ด้วยการให้ "ช็อกโกแลต" ในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์
o ยังมีการครีเอตวันพิเศษ สำหรับหนุ่มๆขึ้นอีกวันคือ "ไวท์ เดย์" ตรงกับ 14 มีนาคม ถ้าในวันนี้ สาวคนไหนได้ของขวัญจากหนุ่มที่หลงรักละก็
o เตรียมซ้อมคิสๆๆหน้ากระจกไว้ได้เลย เพราะแปลว่า พ่อหนุ่มเซย์เยสยอมยกหัวใจให้แล้วนะ!! แต่ถ้าสัญญาณเงียบหาย ก็แห้วรับประทาน!! กระซิบไว้นิดว่า
o ช็อกโกแลตที่หนุ่มๆเลือกมาให้ บ่งบอกนิสัยใจคอได้ด้วยละ
***ถ้าให้ "ช็อกโกแลตมินต์" แสดงว่า เป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา และมีความคิดสร้างสรรค์,
***"ช็อกโกแลตนม" เป็นคนโรแมนติก คุยสนุก แต่ชอบทำตัวเด่น,
***"ช็อกโกแลตสอดไส้" เป็นหนุ่มปาร์ตี้ ชอบสังคม ใจดี และถ้าคุณได้
***"ดาร์ค ช็อกโกแลต" ละก็ หมายความว่า คุณเจอหนุ่มใจร้อนเข้าแล้ว ประเภทรักง่ายติดไฟเร็ว!!
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เรื่องเล่าเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์

เรื่องเล่าเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์มีการพูดต่อ ๆ
กันมาหลายรูปแบบ แต่สำหรับตำนานซึ่งคน
ส่วนใหญ่ล่ำลือกันมี 2 เวอร์ชั่น โดยเวอร์ชั่น
แรกเล่ากันว่าวาเลนไทน์เป็นวันเฉลิมฉลอง
ให้แก่นักบุญที่ชื่อว่า "วาเลนไทน์" เขามีชีวิต
อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 3 แห่งโรมันซึ่งตรงกับ
ช่วงสมัยจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ผู้ซึ่งมี
ความคิดแผลงๆ ว่า ที่ชายโรมันไม่ยอมสมัคร
เป็นทหารไปออกรบนั้น เป็นเพราะพวกเขามี
พันธะต้องดูแลครอบครัว พระองค์คิดว่าหาก
ห้ามไม่ให้หนุ่มสาวแต่งงานกัน ผู้ชายก็จะหัน
มารับใช้ชาติมากขึ้น พระองค์จึงออกกฎห้าม
ชาวโรมันแต่งงานกัน
แต่ด้วยอนุภาพแห่งความรัก ทำให้คู่รักโรมัน
พากันฝ่าฝืนข้อห้าม แม้ว่าจะได้รับโทษถึงขั้น
ประหารชีวิตก็ตาม หนุ่มสาวโรมันแอบแต่งงาน
กันอย่างลับๆ โดยมีนักบุญวาเลนไทน์เป็นผู้ทำ
พิธีให้ แต่แล้วเมื่อความลับล่วงรู้ไปถึงหูของ
จักรพรรดิคลอดิอุส พระองค์กริ้วมากจึงรับสั่ง
ให้ประหารชีวิตนักบุญผู้นี้
ส่วนวันวานเลนไทน์เวอร์ชั่นสองก็คล้ายกับ
เวอร์ชั่นแรกอยู่บ้าง ว่ากันว่าเป็นวันรำลึกถึง
ชายหมุ่นโรมันคนหนึ่งนามว่า 'วาเลนไทน์'
เขาฝ่าฝืนกฎของจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ที่
ทรงมีรับสั่งห้ามชาวโรมันแต่งงานกันด้วยการ
จัดงานแต่งานลับๆ กับเจ้าสาวของเขา แต่แล้ว
ในที่สุดเขาก็ถูกจับได้และถูกนำตัวไปขังคุก
ข่าวคราวของวาเลนไทน์ดังกระฉ่อนไปทั่วโรม
หนุ่มสาวชาวโรมันจำนวนมากเดินทางมาเยี่ยม
เขาถึงห้องขังพร้อมกับมอบดอกไม้และเขียน
ให้กำลังใจเขาที่หน้าต่างเพื่อบอกว่าพวกเขาก็
เชื่อในความรักเช่นเดียวกัน
ที่นั่นวาเลนไทน์ได้รู้จักกับลูกสาวของผู้คุมห้อง
ขังซึ่งแวะเวียนมาเยี่ยมเขาเสมอๆ ทั้งคู่พูดคุย
กันอย่างถูกคอ เธอมีความเห็นเช่นเดียวกับเขา
ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องแล้ว เขาเองก็ตกหลุม
รักเธอ และในวันที่เขาถูกประหารชีวิตซึ่งตรงกับ
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.269 เขาเขียนโน้ตถึง
เธอเพื่อขอบคุณสำหรับมิตรภาพและความภักดี
ที่เธอมีให้เขา พร้อมทั้งลงท้ายว่า 'Love from
your Valentine' โดยที่ไม่รู้เลยว่าจากนี้ต่อไป
จะมีคนจำนวนมากที่ใช้วิธีสารภาพรักเช่นเดียว
กับเขา กระดาษโน้ตของวาเลนไทน์กลายเป็น
ที่มาของการ์ดวาเลนไทน์ซึ่งหนุ่มสาวยุคต่อมา
ใช้สารภาพความในใจที่มีต่อกัน
ทั้งนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องเล่าเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์
เวอร์ชั่นไหนเป็นของจริง แต่นับตั้งแต่สมัยโรมัน
เป็นต้นมา วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีถูก
กำหนดให้เป็นวันที่ระลึกถึง(นักบุญ)วาเลนไทน์
แต่วิวัฒนาการของวันวาเลนไทน์ก็เปลี่ยนแปลง
ไปตามยุคสมัย จากเดิมที่เป็นเพียงแค่วันแห่ง
การระลึกถึงบุคคลสำคัญ ก็กลายมาเป็นวันแห่ง
ความรักที่หนุ่มสาวจะสารภาพความในใจ พร้อม
ทั้งแลกเปลี่ยนของที่ระลึกเพื่อสื่อถึงความรัก
ที่มีต่อกัน...
ขอขอบคุณ kobnon
ดอก forget me not

กาลครั้งหนึ่งอัศวินหนุ่มในชุดเกราะกำลังเดินเล่นที่ริมลำธารกับหญิงสาวของเขา สาวเจ้าเห็นดอกไม้ที่ริมตลิ่งชูช่อสวยงามอยู่ก็เกิดอยากได้ขึ้นมา จึงขอให้อัศวินหนุ่มเก็บให้ ขณะที่เขาเอื้อมมื้อคว้าดอกไม้ช่อสวยนั้นไว้ได้ เกิดเสียหลักลื่นตกลงไปในธารน้ำนั้น ชุดเกราะที่หนักหน่วงถ่วงให้เขาไม่สามารถจะว่ายน้ำได้ เขาได้โยนดอกไม้นั้นให้แก่เธอพร้อมกับตะโกนว่า FORGET-ME-NOT และจมหายไป ฝ่ายหญิงสาวผู้นั้นไม่เคยลืมเขาเลย และยังคงเรียกดอกไม้นั้นว่า FORGET-ME-NOT ไปตลอด
CREDIT : silverstars , เจ้าหญิงกระต่าย @ SJCC
DO NOT TAKE OUT WITHOUT PERMISSION
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
